"หัวเลวเสียอย่าง ทุกอย่างไล่ถัดมาจะเหลืออะไร"
โดย...อ. ไมตรี ทรัพย์เอนกสันติ
ปัจจุบัน วิทยุติดรถยนต์ที่มาจากโรงงานรถ เริ่มตัดภาคเล่น CD ออกไป(หลังจากตัด ภาคเล่นเทปคาสเซท ออกเมื่อ 20ปีที่แล้ว) การตัดภาคเล่น CD ออก และใส่ภาคเล่น BlueTooth เข้าไปแทน เพื่อให้ผู้ใช้งาน รับข้อมูจากโซเชี่ยล เช่น You tube เวบขายเพลง ด้วยโทร.มือถือ (เพราะมี sim card) แล้วส่งข้อมูลในรูป BlueToothเข้าตัววิทยุออกมารับฟัง

คำถามคือ ระหว่างการฟังเพลงจาก BlueTooth กับจาก แผ่น CD โดยตรงแบบดั้งเดิม อย่างไหนให้มิติ สุ้มเสียง ดีกว่า
ส่วนใหญ่ก็มักจะตอบว่า ต้องฟังตรงจากCD สิ มิติ เสียง น่าจะดีที่สุด
ถ้ารถจอดนิ่งสนิท CD ย่อมต้องได้เปรียบ ดีกว่า แต่ทราบกันบ้างไหม เมื่อรถออกวิ่ง มีการสั่นสะเทือนเกิดขึ้น คุณภาพ มิติ เวที ซุ้มเสียง จะหายไปไม่ต่ำกว่า 30 % ! ในขณะที่การสั่นสะเทือนนั้น มีผลน้อยมากๆต่อการฟังจาก BlueTooth
แน่นอน ระบบBlueTooth จะลดทอนคุณภาพเสียงลง เมื่อเเทียบ การฟังจากCDตรง แต่เมื่อรถวิ่ง เจอกับสภาพถนนร้อยพ่อพันแม่ บางทีเจอหนักขนาด แผ่น CD ตกร่องได้เลย คุณภาพที่แย่ลงก็ไม่
เสถียร ขึ้นอยู่กับสภาพรถ สภาพถนน การขับ ถ้าให้เลือก ขอเลือกการฟังจาก BlueTooth มากกว่า หรือฟังจาก Tumbdrive มากกว่า ( ดีมาก ถ้า rip มาดีๆ)
ถ้าวิทยุเป็นรุ่น Android เชื่อมอินเตอร์เนทได้โดยตรง เพราะใส่ฃิมได้ และโดยมาก หัวใส่ซิมจะติดตั้งที่ปลายสายที่ยื่นออกมาจากตัวเครื่องร่วมเมตร แบบนี้ ดีสุด ยิ่งถ้ารับฟังจากเวบขายเพลงที่คุยว่าส่งมาระดับหูทองหรือ Audiophile หรือ HD คุณภาพเสียงน่าจะดีกว่าแผ่นCD เสียอีก แต่เท่าที่เจอกลับตรงข้าม จากแผ่นกลับน่าฟังกว่า ไม่คลุมเคลือ
แย่หน่อยที่ วิทยุที่เล่น multi media พวกนี้ได้ จำเป็นต้องมีจอภาพขนาดใหญ่(โดยเฉพาะพวกรถไฟฟ้า) เพื่อการควบคุม จอภาพจะลดทอนคุณภาพลง 25-40%แล้วแต่ขนาดจอ แถมเกือบทั้งหมด ต้องมีพัดลมระบายความร้อนเหมือนพวกคอมพิวเตอร์ดีๆนี่เอง ระบบจ่ายไฟให้พัดลมจะบั่นทอนคุณภาพเสียงลง 25%
สรุป ติดตั้งเสียเงินมากมาย ติดตั้งระดับเซียน!!กับเครื่องเสียงรถไปทำไม ในเมื่อ ท้ายสุด มันจะถูกบั่นทอนอย่างฉกาจฉกรรจ์ด้วยตัววิทยุและจอ ทั้งสิ้น!!